ในจำนวนแบบของพรีเมี่ยม “ร่ม” เป็นหนึ่งในของแจกที่มีศักยภาพสูงมาก เพราะเป็นของใช้จริงในชีวิตประจำวัน แต่ในความเป็นจริง ร่มแจกจำนวนไม่น้อยกลับถูกเก็บเข้าตู้ ใช้ครั้งเดียว หรือไม่ถูกหยิบขึ้นมาใช้อีกเลย
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า ร่มสวยไหม แต่คือ
ออกแบบอย่างไรให้ร่มแจก “ถูกใช้ซ้ำ” และกลายเป็นภาพจำของแบรนด์ได้จริง
บทความนี้จะพาไปดู 7 วิธีออกแบบร่มพรีเมี่ยมสำหรับแจก ที่คิดจากมุมโรงงาน + มุมผู้ใช้จริง เพื่อให้ร่มของคุณไม่กลายเป็นของแจกที่ถูกลืม
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
7 วิธีออกแบบร่มพรีเมี่ยมสำหรับแจก มีอะไรบ้าง?
1.) เลือกรูปแบบร่มให้ตรง “ชีวิตจริง” ของคนใช้
ร่มที่ถูกใช้บ่อยที่สุด ไม่จำเป็นต้องหรูที่สุด แต่ต้อง พกง่ายและใช้สะดวก
จากประสบการณ์การใช้งานจริง ร่มที่มีอัตราการใช้ซ้ำสูงสุดคือ
- ร่มพับ 2-3 ตอน
- ร่มพับออโต้ (กดปุ่มกาง/พับได้)
เหตุผลคือ คนส่วนใหญ่มักไม่ได้วางแผนพกร่ม แต่ พกติดกระเป๋า “เผื่อไว้”
ร่มที่พับเก็บง่าย น้ำหนักไม่มาก จึงถูกหยิบใช้บ่อยกว่าร่มขนาดใหญ่
ร่มที่พกยาก ต่อให้สวยแค่ไหน ก็มีโอกาสถูกทิ้งไว้ที่บ้าน
2.) อย่าประหยัดผิดจุด: โครงร่มสำคัญกว่าดีไซน์
สาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้คนไม่ใช้ร่มแจกซ้ำคือ “พังตั้งแต่ครั้งแรก”
จุดที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ
- โครงก้านร่ม
- กลไกกาง–พับ
- ความยืดหยุ่นเวลาลมแรง
แนะนำให้เลือก :
- โครงเหล็กหนา หรือโครงไฟเบอร์
- กลไกที่กางลื่น ไม่ติด ไม่ฝืด
ผู้ใช้ยอมรับร่มธรรมดาได้ แต่จะไม่กลับมาใช้ร่มที่ “หัก งอ หรือกางไม่ขึ้น” อีกแน่นอน
3.) สีร่มต้อง “ไม่เขิน” เวลาใช้
ร่มแจกจำนวนมากถูกเก็บ ไม่ใช่เพราะคุณภาพ แต่เพราะ สีและดีไซน์
สีที่คนกล้าใช้จริงทุกวัน ได้แก่
- ดำ
- กรม
- เทา
- เขียวเข้ม
- เบจ
สีเหล่านี้เข้ากับเสื้อผ้าได้ทุกสไตล์ และใช้ได้ทุกโอกาส
ในขณะที่สีจัดมากหรือสีตาม CI ที่แรงเกินไป อาจดูโดดเด่นในงานอีเวนต์ แต่ไม่เหมาะกับการใช้จริงในชีวิตประจำวัน
หลักคิดง่าย ๆ คือ “ถ้าคุณเองยังไม่อยากใช้ทุกวัน ลูกค้าก็ไม่อยากใช้เช่นกัน”
4.) น้ำหนักเบา = โอกาสถูกใช้สูงขึ้นทันที
น้ำหนักเป็นปัจจัยที่หลายแบรนด์มองข้าม แต่ส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมการพก
ร่มที่หนักเกินไป
→ คนจะ “ตั้งใจไม่พก” สุดท้ายก็ไม่ถูกใช้
การเลือกผ้าและโครงที่สมดุล ช่วยให้ร่มเบาขึ้นโดยไม่ลดคุณภาพ ซึ่งเพิ่มโอกาสที่ผู้รับจะพกร่มติดกระเป๋าเป็นประจำ
5.) โลโก้ต้องเล็ก แต่ดูดี (ไม่ใช่ป้ายโฆษณาเดินได้)
หนึ่งในความผิดพลาดที่พบบ่อย คือ ใส่โลโก้ใหญ่เกินไป
ในมุมผู้ใช้จริง : คนส่วนใหญ่ไม่อยากถือร่มที่ดูเหมือนป้ายโฆษณา
แนวทางที่ใช้ได้ผลมากกว่า คือ
- โลโก้ขนาดเล็ก–กลาง
- วางที่ 1–2 ช่องผ้า
- ใช้สีเดียว หรือ tone-on-tone
ผลลัพธ์คือ
- ร่มดูสุภาพ
- ผู้ใช้ไม่รู้สึกเขิน
- แบรนด์ได้ exposure แบบแนบเนียน แต่ยาวนานกว่า
6.) อย่าลืม “ซองใส่ร่ม” เพราะมีผลมากกว่าที่คิด
ซองร่มเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ แต่ส่งผลต่อการใช้งานซ้ำอย่างชัดเจน
ซองที่ดีควรเป็นอย่างไร?
- ใส่ร่มได้ง่าย ไม่ฝืด
- ไม่อมกลิ่นอับ
- มีสายคล้อง หรือรูปทรงใช้งานสะดวก
ถ้าการเก็บร่มยุ่งยาก ผู้ใช้จะหลีกเลี่ยงการหยิบร่มมาใช้ แม้ตัวร่มจะดีแค่ไหนก็ตาม หรืออาจจะไม่ใช้ซองร่มไปเลย
7.) แจกให้ถูกจังหวะ เพื่อสร้างความประทับใจ
แม้ร่มจะออกแบบมาดีแค่ไหน ถ้าแจกผิดจังหวะ ก็อาจไม่ถูกใช้
ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดคือช่วงไหน?
- ต้นฤดูฝน (ก่อนหรือภายในเดือนพฤษภาคม)
- วันที่ฝนตกจริง (แจกให้ลูกค้าที่มาที่ร้าน เพิ่มความประทับใจ)
- ช่วงที่ลูกค้าเพิ่งทำกิจกรรมเสร็จ (แจกให้ลูกค้าที่มาที่ร้าน เพิ่มความประทับใจ)
การได้รับร่ม “ตอนที่ต้องใช้พอดี”จะทำให้ร่มชิ้นนั้นถูกหยิบใช้ทันที และสร้างความรู้สึกดีต่อแบรนด์ได้มากกว่าการแจกแบบไร้บริบท
สรุป: ร่มที่ถูกใช้ซ้ำ ไม่ได้เกิดจากราคาแพงที่สุด แต่เกิดจากการออกแบบที่เข้าใจผู้ใช้จริง
ร่มพรีเมี่ยมที่แจกแล้วใช้จริง ต้องคิดเกินกว่าความสวย
Checklist ร่มแจกที่ใช้บ่อย
✔ พกง่าย
✔ กางลื่น ไม่พังง่าย
✔ สีสุภาพ
✔ โลโก้ไม่เขิน
✔ น้ำหนักเบา
✔ เก็บง่าย
ถ้าคุณกำลังวางแผนทำร่มพรีเมี่ยม การคิดให้ครบทั้ง 7 ข้อนี้ จะช่วยให้ร่มของคุณไม่ใช่แค่ “ของแจก” แต่กลายเป็น สื่อแบรนด์ที่ถูกใช้ซ้ำทุกครั้งที่ฝนตก
หากสนใจสั่งผลิตร่มสามารถสั่งทำได้ที่
LINE : @ANP168
TEL : 087-687-5445
หรือที่ EMAIL : anplus168@gmail.com
เรามีบริการแนะนำทุกขั้นตอนการสั่งทำ และพร้อมให้ความช่วยเหลือทุกท่าน







